บทที่1
บทนำ
1. ความเป็นมาของโครงงาน
เนื่องจากในปัจจุบันวัยรุ่นนิยมเล่นดนตรีอย่างมากขึ้น
ห้องซ้อมดนตรีส่วนใยเป็นห้องที่ใช้วัสดุในการเก็บเสียงอย่างดีและมีราคาแพง
ในการซ้อมหนึ่งครั้งจึงเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าห้องอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงสังเกตเห็นว่าในชานอ้อยมีเส้นใยที่สามารถจะเก็บเสียงได้
และหาได้จากในธรรมชาติเป็นสิ่งเหลือใช้ที่ไม่สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้
ข้าพเจ้าเลยจะนำชานอ้อยมาทดลองเก็บเสียงได้
และหาได้จากในธรรมชาติเป็นสิ่งเหลือใช้ที่ไม่สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ ข้าพเจ้าเลยจะนำชานอ้อยมาทดลองเก็บเสียง
เพื่อจะนำวัสดุจากธรรมชาติที่เหลือใช้มาพัฒนาให้ประโยชน์มากกว่าการนำชานอ้อยไปทิ้ง
2.วัตถุประสงค์
1.เพื่อทดสอบว่าชานอ้อยสามารถเก็บเสียงได้จริงหรือไม่
2.ชานอ้อยเป็นวัสดุที่เหลือใช้จากธรรมชาติเราจึงจะนำชานอ้อยมาพัฒนาให้มีค่ามากขึ้น
3.เพื่อทดลองใช้วัสดุจากธรรมชาติมาพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการใช้เก็บเสียง
3.ขอบเขตของโครงงาน
ศึกษาวัสดุที่สามารถใช้เก็บเสียงจากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ
สถานที่ทำการทดลองบ้านนักเรียน(โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย)และร้านขายน้ำอ้อย
4ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน
-ในปัจจุบันมีร้านขายน้ำอ้อยเยอะและเหลือชานอ้อยที่ไร้ประโยชน์เยอะมาก
เราจึงจะนำชานอ้อยที่เหลือจากการคั่นน้ำไปทำประโยชน์โดยการทดลองใช้ชานอ้อยมาช่วยในการเก็บเสียง
-เพื่อที่จะใช้วัสดุจากธรรมชาติที่เหลือใช้มาต่อยอดพัฒนาให้มีค่ามากขึ้น
5วิธีการดำเนินการ
ชานอ้อยเป็นวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
ในปัจจุบันวัสดุที่ใช้เก็บเสียงนั้นหายาก เราจึงศึกษาหาประโยชน์จากชานอ้อยโดยการ
นำชานอ้อยมาฉีกให้เป็นเส้นใยแล้วนำมาผสมกาวเปียกและกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ในเส้นใยอยู่
เพื่อทดสอบคุณภาพในการเก็บเสียงของชานอ้อย
โดยการอัดชานอ้อยและเส้นใยหนังสือพิมพ์ให้แน่น แล้วทดสอบการเก็บเสียง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น